กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์
Information and Public Relations Division
image

กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์

English From Court EP.1 เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากนโยบายประธานศาลฎีกา

The Host : กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม
Guest Host : จริมจิต พันธ์ทวี

ที่ปรึกษา : สุริยัณห์  หงษ์วิไล,วิภาวรรณ หลีศิริ
Show Creator : นันทวัลย์ นุชนนทรี, ศณิฏา จารุภุมมิก
Episode Producer & Editor : ศณิฏา จารุภุมมิก
Sound Designer & Engineer : กฤตภาส ทองแจ้ง, กิติชัย โล่ห์สุวรรณ, สุภาวัชร์ ดลมินทร์
Coordinator & Admin : สุภาวัชร์ ดลมินทร์
Art Director : ทศพร ศิลาบำเพ็ญ
Webmaster : ชนัญชิดา อมรวรนิตย์, วชิระ โรจน์สุธีวัฒน์

English from Court

Ep.1 เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากนโยบายประธานศาลฎีกา

สวัสดีค่ะ welcome to COJ podcast ในตอน English from Court , English from COJ, Pave the way for Expanding your Horizons

ในวันนี้ดิฉันจริมจิต พันธ์ทวีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีการับหน้าที่ดำเนินรายการค่ะ

ในวันนี้ English from Court ขอนำเสนอความรู้ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับศาลยุติธรรมจากนโยบายของท่านประธานศาลฎีกาท่านไสลเกษวัฒนพันธุ์

In today’s episode we would like to present some interesting English vocabularies through the policies of the current President of the Supreme Court

ท่านไสลเกษวัฒนพันธุ์ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 และท่านมีดำริให้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนและข้าราชการฝ่ายตุลาการก่อนที่จะมีการออกนโยบายนี้

HonourableJustice SlaikateWattanapan has served as the President of the Supreme Courtsince 1 October 2019 and prior his administration, the survey was made to ask for opinions from the public as well as judicial officers which are the basis for the formation of his policies.

ในวันนี้ดิฉันจะนำนโยบายของท่านประธานศาลฎีกาในภาคภาษาอังกฤษทั้งห้าข้อมาแลกเปลี่ยนให้ท่านผู้ฟังทราบ รวมถึงคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่น่าสนใจค่ะ

The first policy is

Enhancing standards of protection of the basic rights of the accused and defendants, whilst taking into consideration the rights of victims and social order.

นโยบายในข้อแรกนี้นะคะ คือ ยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของ ผู้ต้องหาและจำเลย โดยคำนึงถึงเหยื่ออาชญากรรม และความสงบสุขของสังคม

คำศัพท์ที่น่าสนใจจากนโยบายข้อนี้ ก็คือคำว่า accused ซึ่งหมายถึง ผู้ต้องหา และอีกคำคือคำว่า defendant ซึ่งหมายถึง จำเลย สองคำนี้มีความแตกต่างกัน โดยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา มาตรา 2 คำว่า ผู้ต้องหา หมายถึงบุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิด แต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล ส่วนคำว่า จำเลย หมายถึง บุคคลซึ่งถูกฟ้องต่อศาลแล้วโดยข้อหาว่าได้กระทำผิด

According to the Criminal Procedure Code Section 2, an accused refers to a person who is alleged to have committed an offence but has yet been prosecuted in court

While a defendant refers to a person who has been prosecuted in court alleging that such person had committed an offence.

และเมื่อกล่าวถึงนโยบายในข้อนี้  คำศัพท์อีกคำหนึ่งที่เกี่ยวข้องและถือว่าเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายข้อนี้ ก็คือการกำหนดมาตรการในการขอปล่อยชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพ effective measures for granting bail คำว่าขอปล่อยชั่วคราว หรือพูดเป็นภาษาง่ายๆคือการขอยื่นประกันตัว ในภาษาอังกฤษเราสามารถใช้คำว่า bail หรือ คำว่า provisional release ได้ค่ะ ซึ่งใน episode ต่อๆไป เราจะนำเสนอความรู้เกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราวต่อไปค่ะ

Let’s move on to the second policy which is

Enhancing standards for case adjudication to ensure that justice is served.

นโยบายข้อ 2 คือ ยกระดับมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อให้ความยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์

คำศัพท์จากนโยบายข้อนี้ คือคำว่า case adjudication ซึ่งหมายถึง การพิจารณาพิพากษาคดี แต่หลายๆท่านเมื่อพูดถึงคำว่า การพิจารณาคดี ก็อาจนึกถึงเฉพาะขั้นตอนการสืบพยานในศาล แต่แท้จริงแล้ว คำว่าการพิจารณาคดี หรือ trial ตามกฎหมาย ก็จะหมายรวมถึง กระบวนพิจารณาคดีทั้งหมดที่ทำโดยศาลไม่ว่าจะเป็นการชี้สองสถาน การไต่สวน และฟังคำแถลงการณ์ต่างๆ

According to the law, trial or hearing refers to all proceedings conducted by the Court including settling an issue, conducting an examination or hearing any motion or arguments.

และนอกจากศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งหรือคดีอาญาทั่วไปแล้ว ในศาลยุติธรรรมก็ยังมีศาลชำนัญพิเศษ or Specialised Court ซึ่งปัจจุบันก็มีอยู่ 4 ศาลด้วยกันค่ะ นั่นก็คือศาลภาษีอากรกลาง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลล้มละลายกลาง และศาลแรงงานกลาง  There are four specialized courts in Thailand, i.e. the Tax Court, the Intellectual Property and International Trade Court, the Bankruptcy Court and the Labour Courts. ซึ่งวิธีพิจารณาความในศาลชำนัญพิเศษก็อาจมีข้อแตกต่างจากวิธีพิจารณาความในศาลทั่วไปอยู่บ้าง ซึ่งใน episode ต่อไปก็จะนำมาแลกเปลี่ยนให้ท่านผู้ชมรับฟังนะคะ

The third policy I would like to discuss is Utilizing technology to support judicial services, case adjudication and public participation in judicial work, also taking into consideration various channels that are convenient and economical for the public to use if they have limited access to technology.

นโยบายข้อที่ 3 ก็คือนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการอำนวยความยุติธรรม การพิจารณาพิพากษาคดี และการมีส่วนร่วมของ ประชาชน โดยคำนึงถึงช่องทางอื่นที่สะดวกและ ประหยัดสำหรับประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้

คำศัพท์ที่สำคัญจากนโยบายข้อนี้ ก็คือคำว่า convenient ซึ่งหมายถึงสะดวก และคำว่า economical ซึ่งหมายถึง ประหยัดค่าใช้จ่าย ในปัจจุบันสำนักงานศาลยุติธรรมก็ได้ขับเคลื่อนนโยบายของท่านประธานในข้อนี้ โดยมีการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ผ่านหลายระบบเช่น ระบบยื่นฟ้องและส่งคำคู่ความ e filing ระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรม Case Information Online Service ระบบการไกล่เกลี่ยแบบออนไลน์ online mediation ซึ่งใน episode ต่อๆไปก็จะได้นำมาพูดคุยในรายละเอียดกันนะคะ

อย่างไรก็ดี ระบบหรือเทคโนโลยีต่างๆก็เป็นเพียงทางเลือกให้กับคู่ความหรือผู้มาติดต่อราชการ เพราะทางศาลยุติธรรมก็ยังคงคำนึงถึงบุคคลที่ยังไม่มีความสามารถหรือที่ไม่อาจเข้าถึงเทคโนโลยี หรือ access to technology ค่ะ

The fourth policy I will discuss is

Strengthening the human resource administration system by balancing ethics, the system of seniority and professional merit.

นโยบายข้อที่ 4. เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการบริหาร งานบุคคลด้วยการสร้างสมดุลระหว่างจริยธรรม ระบบอาวุโส และความรู้ความสามารถ

คำศัพท์จากนโยบายในข้อนี้ ก็คือคำว่า ethics หรือจริยธรรม ซึ่งในการปฏิบัติราชการข้าราชการฝ่ายตุลาการก็ต้องปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมตุลาการและประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม หรือ Code of Ethics อย่างเคร่งครัดค่ะ

และอีกคำที่น่าสนใจนะคะ ก็คือคำว่า merit ซึ่งในบริบทนี้ หมายถึงความรู้ความสามารถค่ะ ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ทั้งข้าราชการตุลาการและข้าราชการศาลยุติธรรมที่ต้องเข้าอบรมหลักสูตรต่างๆเป็นประจำสม่ำเสมอ รวมทั้งการสนับสนุนให้บุคลากรพัฒนาตนเองโดยการเสริมสร้างความรู้ความสามารถจากการเข้าโครงการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือโครงการการสะสม IDP หรือ Individual Development Plan เพื่อพัฒนาบุคลากรให้สามารถตอบสนองงานอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอันจะสร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคม

Last but not least the fifth policy is Supporting the role of the Court in law enforcement in ways that will promote environmental protection and will not be burdensome or detrimental to citizens and society.

และสุดท้าย นโยบายของท่านประธานในข้อ 5 คือสนับสนุนบทบาทของศาลในการบังคับใช้กฎหมาย ที่ส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม และที่ไม่ก่อภาระหรือ เป็นผลร้ายต่อประชาชนและสังคม

คำศัพท์จากข้อนี้ก็มีคำว่า burdensome ซึ่งหมายถึงภาระหรือยุ่งยาก คำว่า burdenนี้ในทางกฎหมายท่านผู้ฟังก็เคยอาจได้ยินคำว่า burden of proof ซึ่งหมายถึง ภาระการพิสูจน์ ตามกฎหมายแล้ว จะมีหลักหนึ่งที่ว่า“ผู้ใดกล่าวอ้าง ผู้นั้นนำมีภาระการพิสูจน์” เช่นในคดีอาญาโจทก์เป็นผู้กล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำผิด ภาระการพิสูจน์ความผิดของจำเลยจึงตกแก่โจทก์

และคำศัพท์อีกคำนึงนะคะก็คือคำว่า detrimental ซึ่งหมายถึง เป็นผลร้าย ซึ่งตามนโยบายในข้อนี้ ก็จะสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม เช่นการลดการใช้กระดาษ การปรับภูมิทัศน์บริเวณศาล การจัดกิจกรรมรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดีสิ่งแวดล้อม และทำการประเมิน assess และยกเลิกกฎหมาย repeal ที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ของสังคม

ในวันนี้ COJ podcast ในตอน English from Court ก็หมดเวลาลงเพียงเท่านี้ค่ะ ในโอกาสหน้าดิฉันและผู้ดำเนินรายการท่านอื่นๆจะมาร่วม expand horizons เกี่ยวกับพันธกิจของศาลยุติธรรมที่น่าสนใจกันใหม่นะคะ Until next time ขอบคุณและสวัสดีค่ะ


image รูปภาพ
image